Call center : 086-6736738E-mail : Isaraprinting@gmail.comLINE ID : @isaraprintingร้านตั้งอยู่ที่ จ. เชียงใหม่ แต่เราจัดส่งงานทั่วประเทศ

Author archive: admin

ทำไมสีของงานที่พิมพ์ออกมาไม่เหมือนกับสีหน้าจอในคอมพิวเตอร์

ทำไมสีของงานที่พิมพ์ออกมาไม่เหมือนกับสีหน้าจอในคอมพิวเตอร์

เรื่องของสีของงานพิมพ์และสีของจอภาพที่แสดงผม ทำไมสีถึงออกมาไม่เหมือนกัน  เช่น เลือกแบบการ์ดเชิญออกมา พอได้รับทำไมสีไม่เหมือนกัน หรือ ทำโลโก้สติ๊กเกอร์แล้ว ทำไมพิมพ์ออกมาสีซีดลง บทความนี้จะเป็นบทความที่จะทำให้ทุกท่านทำความเข้าใจกับเรื่องของค่าสีกันครับ   ก่อนอื่นต้องอธิบายเรื่องของค่าสีก่อนว่า สีจากอุปกรณ์ไฟฟ้า(หน้าจอคอมพิวเตอร์,โทรศัพท์,Ipad) ค่าสีจะเป็น  RGB  ผสมกันจนออกมาเป็นค่าสีๆหนึ่ง ส่วนค่าสีที่เครื่องพิมพ์ใช้นั้นจะเป็นระบบ CMYK     หรือสามารถอธิบายอีกแบบได้ว่า งานพิมพ์ไม่ได้มีแสงออกมาจากกระดาษ ส่วนงานพิมพ์(วัตถุ)ที่เรามองเห็นนั้นเกิดจากหลักการที่แสงมากระทบกับกระดาษแล้วแสงสะท้อนเข้าตาของเรา   เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่สีออกมาจะเหมือนกันครับ  อาจจะมีผิดบ้างเพีี้ยนบ้าง ถ้าต้องการงานพิมพ์ที่ใกล้เคียงกับหน้าจอมากที่สุดต้องใช้การ calibrate แล้วปริ้นเทสเพื่อเทียบค่าสีไปเรื่อยๆ จนกว่าจะตรงครับ   วิธีที่สามารถลดความผิดพลาดที่ทำได้ง่ายที่สุดคือการตั้งโหมดค่าสีเป็น CMYK ที่โปรแกรมออกแบบ ก่อนจะเริ่มงานใดๆ ก็สามารถช่วยได้ในระดับนึงนะครับ     ซึ่งในหลักการพิมพ์นั้น ถ้าทุกท่านลองสังเกตุ บางครั้งสีของหน้าจอคอมพิวเตอร์รุ้นเดียวกันแต่คนละเครื่อง ก็จะมีค่าสีแต่แตกต่างกัน สาเหตุที่เป็นแบบนี้เป็นเพราะค่า “Gamut” ครับ ก็คือขอบเขตของการแสดงผลค่าสี ซึ่งอุปกรณ์แต่ละอุปกรณ์ก็ไม่มีแสดงผลไม่เหมือนกันครับ  อุปกรณไฟฟ้าเป็น RGB งานพิมพ์เป็น CMYK (ลองเปิดภาพเดียวกันในคอมพิมพ์เตอร์เครื่องนึง แล้วในโทรศัพท์ของเปิดดูภาพเดียวกันดูครับ บางครั้งสีที่ออกมาก็ไม่ตรงกัน )    …

Tag ของชำร่วยงานแต่ง

Tag ของชำร่วยงานแต่ง

สวัสดีครับ หลังจากผ่านพ้นช่วงฤดูกาลแต่งงานมาเมื่อปลายปี มีคำถามจากลูกค้าเข้ามามากมายนะครับ วันนี้เราจะมาอธิบายเป็นส่วนๆมางานแต่ละชิ้นเรียกว่าอะไรบ้าง เพราะส่วนใหญ่ลูกค้าที่มาสั่งงานที่เราจะเข้ามาทำการ์ดแต่งงาน แล้วก็ทำอย่างอื่นด้วยเลย จะได้จบทีเดียวและเพื่อที่จะทำให้งานมีธีมอยู่ในโทนเดียวกันด้วย   Tag : ทำว่า Tag ในที่นี้คือ ลักษณะแผ่นป้ายสำหรับการติดสินค้าหรือของชำร่วยนะครับ ส่วนใหญ่จะต้องเจาะรูด้วยเพื่อห้อย อันนี้แล้วแต่แนวของแต่ละคนเลยครับว่าชอบแบบใด มีให้เลือกหลายรูปทรงครับ แต่แบบที่ถูกที่สุดคือรูปทรงสี่เหลี่ยม เพราะไม่ต้องทำบล็อคครับราคาจึงถูกกว่าทรงอื่นๆ ขนาดรู ก็มีหลายขนาดครับ อันนี้ก็ต้องแจ้งทางเรามาด้วยเหมือนกันว่าต้องการรูใหญ่มั้ย เพราะต้องทำให้เหมาะสมกับตัว Tag ด้วยครับ     สติ๊กเกอร์ติดของชำร่วย : อันนี้ไม่ใช้ Tag นะครับ เป็นสติ๊กเกอร์เลย ส่วนใหญ่ทางร้านจะแนะนำเป็นสติ๊กเกอร์เนื้อ PP เพราะด้วยเนื้อที่สวยกว่าสติ๊กเกอร์กระดาษ รวมถึงความทนทานของวัสดุด้วย(กันน้ำ)เพราะของชำร่วยจะอยู่กับแขกตลอดไปครับ       มีอีกเรื่องนึงคือคำว่าขนาดมาตรฐานครับ คำว่ามาตรฐานของใช้กับของชำร่วยหรือ Tag ไม่ได้นะครับ เพราะว่างานประเภทเป็นงานเฉพาะใช้กับงานชิ้นเดียวก็คือของชำร่วยของคุณ ทางที่ดีควรวัดขนาดมาให้เรียบร้อยแล้วมาแจ้งทางเราจะดีที่สุด เพราะคำว่าใหญ่ไปหรือเล็กไปสำหรับทุกคนไม่เท่ากันครับ ^^   หากสนใจงานพิมพ์สามารถโทรติดต่อ , e-mail ,หรือ Inbox ทาง…

มาทำความรู้จักกับสติ๊กเกอร์เนื้อต่างๆ

มาทำความรู้จักกับสติ๊กเกอร์เนื้อต่างๆ

มีลูกค้าสอบถามกันเข้ามาเยอะเหลือเกินว่า ขายสินค้าประเภทนี้ควรจะใช้สติ๊กเกอร์ชนิดไหนดี จะได้เลือกใช้ให้เหมาะสมกับสินค้าทั้งในแง่ของราคาและวัสดุที่เหมาะสม   1) สติ๊กเกอร์กระดาษ  ขาว-เงา เป็นเนื้อสติ๊กเกอร์กระดาษ ใช้ได้ในงานหลากหลานิยมติดแพ็คเกจขนมต่างๆ หรือสติ๊กเกอร์ติดแก้วกาแฟ สติ๊กเกอร์ติดของชำร่วยงานแต่ง  โดยสติ๊กเกอร์ชนิดนี้ไม่เหมาะกับการติดสินค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ เนื่องจากเนื้อสติ๊กเกอร์เป็นกระดาษ มีความเงาเล็กน้อย สติ๊กเกอร์ชนิดนี้นิยมใช้กันมากเนื่องจากราคาถูกที่สุด   2) สติ๊กเกอร์เนื้อ PP ใส/ขาวมุก/ด้าน เนื้อพลาสติก  กาวพิเศษ สามารถกันน้ำได้ มีราคาสูงกว่าแบบแรก เนื่องจากวัตถุดิบของตัวสติ๊กเกอร์ไม่ใช่กระดาษ เหมาะสำหรับอุตสากหรรมอาหารที่ต้องมีการแช่เย็น และมีการใช้ตัวแพกเกจนานๆ จะพบได้บ่อยในสำหรับสินค้าประเภทครีมเครื่องสำอางหรืออาหารเสริม   3) สติ๊กเกอร์เนื้อ PVC ใส/ขาวมุก เป็นเนื้อพลาสติกอีกเช่นกัน แต่นิยมใช้สำหรับการติดงาน Outdoor เช่น สติ๊กเกอร์ติดรถ หรือติดอาคารต่างๆ เพราะสติ๊กเกอร์ชนิดนี้มีความทนทานสูงมาก  ส่วนตัวแอดมินคิดว่าสติ๊กเกอร์ชนิดนี้ราคาไม่เหมาะจะทำฉลากสินค้าเพราะราคาค่อนข้างจะสูง   4) สติ๊กเกอร์กระดาษคราฟ เป็นเนื้อกระดาษคราฟหนา เนื้อน่้ำตาลตัวนี้ฉีกขาดและไม่กันน้ำ ส่วนใหญ่จะใช้กับงานที่ต้องการความคลาสสิค   สามารถดูราคาของเนื้อสติ๊กเกอร์ชนิดต่างๆได้ที่นี่ หวังว่าบทความมีคงจะมีประโยชน์แก่แก่ผู้ที่กำลังจะเริ่มทำแบรนด์หรือทำสินค้าของตัวเองไม่มากก็น้อยนะครับ หากยังไม่มีแบบทางร้านมีบริการออกแบบให้ในราคาพิเศษ หากสนใจสามารถติดต่อเข้ามาได้เลย  

LINE แจกสติ๊กเกอร์ฟรี Clara the Jellyfish ด่วน!!

LINE แจกสติ๊กเกอร์ฟรี Clara the Jellyfish ด่วน!!

กลับมาแล้วสติกเกอร์จาก LINE Creators Market ฝีมือนักออกแบบทั่วโลกโดยในสัปดาห์นี้เป็นสติกเกอร์เจ้าแมงกะพรุนน้อยสุดน่ารักที่มีชื่อว่า Clara the Jellyfish เปิดให้ดาวน์โหลดได้ฟรีแบบไม่มีหมดอายุตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2015 นี้เท่านั้น สามารถดาวน์โหลดได้จากลิงค์ด้านล่าง ทั้งบน iPhone และ Android ใครที่ใช้ Windows Phone ก็ให้เพื่อนส่งเป็น Gift ไปให้ได้เช่นเคย     Download สติกเกอร์ Clara the Jellyfish ที่นี่ (เปิดบนมือถือเท่านั้น) ที่มา – www.flashfly.net http://www.flashfly.net/wp/?p=112142

7 สุดยอด นาฬิกาสุดเจ๋ง! ที่ควรมีไว้ประดับบ้าน

7 สุดยอด นาฬิกาสุดเจ๋ง! ที่ควรมีไว้ประดับบ้าน

1. Turntable Clock     นาฬิกาตัวนี้ถูกสร้างจากเครื่องเล่นของ Sanyo และจานเสียงทำมาจากอัลบั้มของ Ranco รวมฮิต แต่จริงๆตรงแผ่นเสียงสามารถถอดเปลี่ยนด้วยนะ ออกแบบโดย Pixelthis     2. Definition Of Time   นาฬิกาตัวนี้คงไม่เหมาะกับการดูเวลาจริงๆ แต่ก็เป็นประติมากรรมง่ายๆที่คุณสามารถหาไว้ได้ในบ้านของคุณ (ออกแบบโดย Wooteik Lim)   3. Melting Clock นาฬิกาทรงละลายได้นี้ วาดโดยใช้ด้วยมือโดยใช้ส่วนผสมของวัสดุมันวาวและมีความทนทาน ดูไปดูมาก็ดูเก๋ๆไปอีกแบบ Link     4. Little Time   บนหน้าปัดแสดงตัวเลขตัวเล็กๆ ใช้เข็มชั่วโมงและนาทีเป้นแว่นขยายส่องนาฬิกา  นาฬิกาแบบนี้อาจจะทำให้คนสนใจ”เวลา”มากขึ้นก็ได้นะ 😉 ออกแบบโดย Rafael Morgan   5. 24h Sentence Maker Wall Clock   วิธีการวัดเวลาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน…

ทำและออกแบบโลโก้ด้วยตัวเอง ฟรีๆ

ทำและออกแบบโลโก้ด้วยตัวเอง ฟรีๆ

วันนี้เราจะมาเสนอวิธีทำ และออกแบบโลโก้ด้วยตัวเอง ฟรีๆ ด้วยบริการของทางเว็บไซต์ http://www.logogarden.com/diy.php โดยในเว็บไซต์นี้คุณสามารถออกแบบ และคิดรูปแบบต่างๆ ด้วยตัวเอง โดยใช้เครื่องมือของทางเว็บไซต์ เพื่อสร้างโลโก้มาใช้ได้แบบฟรีๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน   เพียงแค่นี้คุณก็สามารถมีโลโก้เอาไปใช้ได้แบบฟรีๆ แล้วจ้าาาา…^^ หรือถ้าสนใจทำโลโก้ที่ไม่เหมือนใคร สามารถติดต่อเราได้นะคร้าบบ ราคาค่าออกแบบโลโก้ อิสระปริ้นติ้ง  

งานพิมพ์จำนวนน้อยไม่มีขั้นต่ำ

งานพิมพ์จำนวนน้อยไม่มีขั้นต่ำ

    ในปัจจุบัน งานพิมพ์ดิจิตอล ใช้สำหรับรองรับงาน Print On Demand คืองานพิมพ์ที่มีปริมาณน้อย ไม่มีจำนวนขั้นต่ำ ไม่มีต้นทุนทำเพลท จะใช้ระบบการพิมพ์ออฟเซตก็ไม่คุ้ม เนื่องจากค่าทำเพลท ค่าแรงงาน เมื่อมาคิดราคาต่องานออกมาแน่นอนว่าต้องแพงกว่าการพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดิจิตอล และเสียเวลา เสียกำลังคนมากกว่า   ข้อดีของงานพิมพ์ดิจิตอลที่มาแรงในปีนี้คือ งานหลังพิมพ์ Spot วานิช การตัด การเจียนขอบ การพับ การเข้าเล่มก็สามารถทำได้ในตัวเลย ซึ่งตะก่อนต้องพิมพ์ แล้วค่อยไปผ่านกระบวนการหลังพิมพ์ ทำให้ยุ่งยากหลายขั้นตอน ใช้ทั้งคนทั้งเวลามากในการพิมพ์งานครั้งหนึ่งๆ เครื่องพิมพ์ดิจิตอลจึงหันมาให้ความสำคัญกับงานหลังพิมพ์มากขึ้น     นอกจากนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ผลิตเครื่องพิมพ์ดิจิตอลมีแนวโน้มจะนำนวัฒกรรมทาง Software ที่ใช้กับเครื่องพิมพ์ดิจิตอลมาตอบโจทย์ทั้งธุรกิจโรงพิมพ์กราฟฟิกปริ้นท์ และธุรกิจเอกสารในองค์กรบริษัทต่างๆ   งานพิมพ์ดิจิตอลสำหรับธุรกิจองค์กร ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดย่อมหรือขนาดใหญ่ เครื่องพิมพ์ดิจิจอลก็เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดูแล จัดเก็บ จัดการเอกสารภายในองค์กรแล้ว บางองค์กรเริ่มหันมาลงเครื่องพิมพ์ดิจิตอลเพื่อทำงานพิมพ์ประเภทกราฟฟิกอาร์ต เช่น ไดอารี่สวัสดีปีใหม่ลูกค้า ใบปลิวโปรโมชั่นต่างๆ โปสเตอร์รณรงค์กิจกรรมภายในองค์กร นามบัตรพนักงาน หรือสติ๊กเกอร์ติดบรรจุภัณฑ์ก็ตาม ทั้งนี้ จุดประสงค์เพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจคือ “สะดวก รวดเร็ว…

ทำความรู้จักกับงานหลังการพิมพ์

ทำความรู้จักกับงานหลังการพิมพ์

             “งานหลังการพิมพ์” เป็นกระบวนการที่ต้องทำหลังจากการพิมพ์ โดยทั่วไปงานพิมพ์จะยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ดีนัก จึงต้องผ่านกระบวนการหลังการพิมพ์ก่อน แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ 1. การตกแต่งผิวชิ้นงาน 2. การขึ้นรูป 3. การทำรูปเล่ม 4. การบรรจุหีบห่อ แน่นอนว่างานหลังพิมพ์จึงเป็นกระบวนการที่สำคัญไม่แพ้กว่ากระบวนการอื่นเลย ที่นิยมกันมากคือการเคลือบลามิเนต และการเคลือบยูวี ซึ่งเป็นงานหลังพิมพ์ประเภทตกแต่งผิวชิ้นงาน คนส่วนน้อยที่คลุกคลีกับงานพิมพ์ก็จะรู้ว่าการเคลือบลามิเนตกับเคลือบยูวีแตกต่างกันอย่างไร เหมาะกับงานพิมพ์แบบไหน แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้คลุกคลีงานพิมพ์มากนักก็จะไม่รู้ว่าแตกต่างกันยังไง ซึ่งเราจะไม่รู้เลยว่าวันไหนที่เราจะต้องใช้บริการงานพิมพ์ ดังนั้น เราไปดูกันว่าการเคลือบลามิเนตกับการเคลือบยูวีแตกต่างกันอย่างไร                “การเคลือบลามิเนต” ขั้นตอนง่ายๆ คือ ใช้กาวหรือความร้อนอัดฟิล์มแผ่นบางๆ ให้ติดบนผิวงานพิมพ์ สามารถเคลือบได้ทั้งสองด้านของงานพิมพ์ มีทั้งฟิล์มด้านและฟิล์มเงา แต่ที่นิยมกันมากจะเป็นการเคลือบลามิเนตด้านเสียส่วนใหญ่ ราคาการเคลือบจะคิดเป็นตารางนิ้ว ราคาถือว่าค่อนข้างสูง ข้อเสียอีกอย่างนึงคือไม่สามารถเคลือบลงบนกระดาษบางมากๆ ได้ แต่ข้อดีของการเคลือบลามิเนตจะช่วยเพิ่มมูลค่างานพิมพ์ให้ดูหรูมีระดับ ช่วยในเรื่องของการกันความชื้นหรือกันน้ำได้ดี เพราะฟิล์มที่ใช้มีคุณสมบัติป้องกันการซึมผ่านของน้ำได้ และการเคลือบลามิเนตช่วยเพิ่มความหนาและความแข็งแรงให้กับงานพิมพ์ได้ในระดับนึงเลย…

จะทิ้งก็เสียดายเพราะมีชื่อของตัวเองพิมพ์อยู่

จะทิ้งก็เสียดายเพราะมีชื่อของตัวเองพิมพ์อยู่

ในปัจจุบันการทำการตลาดส่วนใหญ่จะเป็นแบบ mass ซึ่งเน้นการเข้าถึงกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหญ่ โดยการโฆษณาทางโทรทัศน์ วิทยุ อินเตอร์เน็ต เพื่อให้ได้ส่วนแบบทางการตลาด จะใช้งบลงทุนต่ำ แต่ยังถือได้ว่าไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เพราะไม่ได้เจาะจงว่าสำหรับกลุ่มเป้าหมายกลุ่มใด ทำให้นักการตลาดเริ่มหันมาใช้กลยุทธ์ทางการตลาดแบบ one to one ซึ่งเป็นการตลาดรายบุคคล (persanalization) ที่เราจะคุ้นเคยกันมากก็จะเป็น การส่งอีการ์ดหรือการ์ดอวยพรอิเล็กทรอนิกส์ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลคริสมาสต์ ปีใหม่ สงกรานต์ หรือตรุษจีน ก่อนที่เราจะทำการส่งอีการ์ดให้กับผู้รับนั้น แน่นอนว่าเราจะต้องมีข้อมูลและรู้จักผู้รับเป็นอย่างดี บางทีเราอาจมีข้อมูลผู้รับหลายคนในไฟล์ x-cel เพียงแค่เราแนบไฟล์เข้าในระบบ อีการ์ดที่ถูกส่งไปยังผู้รับก็จะระบุชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ วันเกิด งานอดิเรก ชื่อคนรัก ต่างๆ ในอีการ์ด ผลตอบรับที่ได้คือ ผู้ส่งสะดวกและไม่เสียเวลา ผู้รับก็เกิดความประทับและความภักดีต่อแบรนด์สินค้า ถือได้ว่าเป็นการประสบความสำเร็จอย่างมากในการทำการตลาดให้กับสินค้านั้นๆ     “งานพิมพ์ one to one” ก็มีหลักการไม่ต่างกับการส่งอีการ์ดที่เราคุ้นเคยกัน และยังเริ่มถูกใช้เพื่อทำการตลาดแบบ one to one มากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจะมีการลงทุนสูง แต่ผลที่ได้จากการตอบรับของลูกค้าถือได้ว่าประสบความสำเร็จและสามารถแบ่งส่วนแบ่งทางการตลาดมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ   งานพิมพ์ one…

สติ๊กเกอร์ที่สามารถบอกสถานะสินค้าว่าเสียหรือยัง !?

สติ๊กเกอร์ที่สามารถบอกสถานะสินค้าว่าเสียหรือยัง !?

ในปัจจุบันบรรจุภัณฑ์ของสินค้าจะทำหน้าที่หลักสำหรับห่อหุ้ม ป้องกัน รักษา  แจ้งข้อมูล และดึงดูด ซึ่งเป็นที่น่าสนใจมากหากมีบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติพิเศษแตกต่างออกไปจากที่กล่าวมา นั่นคือ บรรจุภัณฑ์อินดิเคเตอร์ (Indicator Packaging) ซึ่งมักจะใช้กันในอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อบันทึกข้อมูลระหว่างการขนส่ง การเก็บรักษา และสื่อสารข้อมูลของคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร โดยจะแบ่งเป็น 4 ประเภทตามการเสื่อมเสียของอาหาร คือ 1. อินดิเคเตอร์ความสด (Freshness Indicator) 2. อินดิเคเตอร์ความสุก (Ripeness Indicator) 3. อินดิเคเตอร์รอยรั่ว (Leak Indicator) 4. อินดิเคเตอร์เวลา-อุณหภูมิ (Time-Temperature Indicator : TTI) หลักการทำงานง่ายๆ เลยของบรรจุภัณฑ์อินดิเคเตอร์คือ เมื่อระยะเวลาผ่านไป อาหารจะมีการปล่อยแก๊สออกมา จนกระทั่งอาหารค่อยๆ สุก และเสื่อมเสียไปในที่สุด นักบรรจุภัณฑ์จึงคิดค้นและวิจัยอินดิเคเตอร์ที่ทำปฏิกิริยากับแก๊สที่เกิดขึ้น และทำอินดิเคเตอร์ติดลงบนสติ๊กเกอร์และติดลงบนบรรจุภัณฑ์ ให้สัมผัสกับแก๊สที่เกิดขึ้นภายในระบบบรรจุภัณฑ์ มาดูกันว่าบรรจุภัณฑ์อินดิเคเตอร์มีใช้กันแล้วในต่างประเทศ       ลูกแพร เป็นผลไม้ที่เปลือกจะไม่เปลี่ยนสีไปตามความสุกเลย ทำให้ผู้บริโภคไม่ทราบว่าจะสามารถรับประทานได้หรือยัง หรือลูกแพรนั้นสุกแค่ไหนแล้ว  แต่ลูกแพรจะปล่อยแก๊สเอทิลีนออกมา…

Menu