Call center : 086-6736738E-mail : Isaraprinting@gmail.comLINE ID : @isaraprintingร้านตั้งอยู่ที่ จ. เชียงใหม่ แต่เราจัดส่งงานทั่วประเทศ

Category archive: บทความ

ทำไมสีของงานที่พิมพ์ออกมาไม่เหมือนกับสีหน้าจอในคอมพิวเตอร์

ทำไมสีของงานที่พิมพ์ออกมาไม่เหมือนกับสีหน้าจอในคอมพิวเตอร์

เรื่องของสีของงานพิมพ์และสีของจอภาพที่แสดงผม ทำไมสีถึงออกมาไม่เหมือนกัน  เช่น เลือกแบบการ์ดเชิญออกมา พอได้รับทำไมสีไม่เหมือนกัน หรือ ทำโลโก้สติ๊กเกอร์แล้ว ทำไมพิมพ์ออกมาสีซีดลง บทความนี้จะเป็นบทความที่จะทำให้ทุกท่านทำความเข้าใจกับเรื่องของค่าสีกันครับ   ก่อนอื่นต้องอธิบายเรื่องของค่าสีก่อนว่า สีจากอุปกรณ์ไฟฟ้า(หน้าจอคอมพิวเตอร์,โทรศัพท์,Ipad) ค่าสีจะเป็น  RGB  ผสมกันจนออกมาเป็นค่าสีๆหนึ่ง ส่วนค่าสีที่เครื่องพิมพ์ใช้นั้นจะเป็นระบบ CMYK     หรือสามารถอธิบายอีกแบบได้ว่า งานพิมพ์ไม่ได้มีแสงออกมาจากกระดาษ ส่วนงานพิมพ์(วัตถุ)ที่เรามองเห็นนั้นเกิดจากหลักการที่แสงมากระทบกับกระดาษแล้วแสงสะท้อนเข้าตาของเรา   เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่สีออกมาจะเหมือนกันครับ  อาจจะมีผิดบ้างเพีี้ยนบ้าง ถ้าต้องการงานพิมพ์ที่ใกล้เคียงกับหน้าจอมากที่สุดต้องใช้การ calibrate แล้วปริ้นเทสเพื่อเทียบค่าสีไปเรื่อยๆ จนกว่าจะตรงครับ   วิธีที่สามารถลดความผิดพลาดที่ทำได้ง่ายที่สุดคือการตั้งโหมดค่าสีเป็น CMYK ที่โปรแกรมออกแบบ ก่อนจะเริ่มงานใดๆ ก็สามารถช่วยได้ในระดับนึงนะครับ     ซึ่งในหลักการพิมพ์นั้น ถ้าทุกท่านลองสังเกตุ บางครั้งสีของหน้าจอคอมพิวเตอร์รุ้นเดียวกันแต่คนละเครื่อง ก็จะมีค่าสีแต่แตกต่างกัน สาเหตุที่เป็นแบบนี้เป็นเพราะค่า “Gamut” ครับ ก็คือขอบเขตของการแสดงผลค่าสี ซึ่งอุปกรณ์แต่ละอุปกรณ์ก็ไม่มีแสดงผลไม่เหมือนกันครับ  อุปกรณไฟฟ้าเป็น RGB งานพิมพ์เป็น CMYK (ลองเปิดภาพเดียวกันในคอมพิมพ์เตอร์เครื่องนึง แล้วในโทรศัพท์ของเปิดดูภาพเดียวกันดูครับ บางครั้งสีที่ออกมาก็ไม่ตรงกัน )    …

Tag ของชำร่วยงานแต่ง

Tag ของชำร่วยงานแต่ง

สวัสดีครับ หลังจากผ่านพ้นช่วงฤดูกาลแต่งงานมาเมื่อปลายปี มีคำถามจากลูกค้าเข้ามามากมายนะครับ วันนี้เราจะมาอธิบายเป็นส่วนๆมางานแต่ละชิ้นเรียกว่าอะไรบ้าง เพราะส่วนใหญ่ลูกค้าที่มาสั่งงานที่เราจะเข้ามาทำการ์ดแต่งงาน แล้วก็ทำอย่างอื่นด้วยเลย จะได้จบทีเดียวและเพื่อที่จะทำให้งานมีธีมอยู่ในโทนเดียวกันด้วย   Tag : ทำว่า Tag ในที่นี้คือ ลักษณะแผ่นป้ายสำหรับการติดสินค้าหรือของชำร่วยนะครับ ส่วนใหญ่จะต้องเจาะรูด้วยเพื่อห้อย อันนี้แล้วแต่แนวของแต่ละคนเลยครับว่าชอบแบบใด มีให้เลือกหลายรูปทรงครับ แต่แบบที่ถูกที่สุดคือรูปทรงสี่เหลี่ยม เพราะไม่ต้องทำบล็อคครับราคาจึงถูกกว่าทรงอื่นๆ ขนาดรู ก็มีหลายขนาดครับ อันนี้ก็ต้องแจ้งทางเรามาด้วยเหมือนกันว่าต้องการรูใหญ่มั้ย เพราะต้องทำให้เหมาะสมกับตัว Tag ด้วยครับ     สติ๊กเกอร์ติดของชำร่วย : อันนี้ไม่ใช้ Tag นะครับ เป็นสติ๊กเกอร์เลย ส่วนใหญ่ทางร้านจะแนะนำเป็นสติ๊กเกอร์เนื้อ PP เพราะด้วยเนื้อที่สวยกว่าสติ๊กเกอร์กระดาษ รวมถึงความทนทานของวัสดุด้วย(กันน้ำ)เพราะของชำร่วยจะอยู่กับแขกตลอดไปครับ       มีอีกเรื่องนึงคือคำว่าขนาดมาตรฐานครับ คำว่ามาตรฐานของใช้กับของชำร่วยหรือ Tag ไม่ได้นะครับ เพราะว่างานประเภทเป็นงานเฉพาะใช้กับงานชิ้นเดียวก็คือของชำร่วยของคุณ ทางที่ดีควรวัดขนาดมาให้เรียบร้อยแล้วมาแจ้งทางเราจะดีที่สุด เพราะคำว่าใหญ่ไปหรือเล็กไปสำหรับทุกคนไม่เท่ากันครับ ^^   หากสนใจงานพิมพ์สามารถโทรติดต่อ , e-mail ,หรือ Inbox ทาง…

มาทำความรู้จักกับสติ๊กเกอร์เนื้อต่างๆ

มาทำความรู้จักกับสติ๊กเกอร์เนื้อต่างๆ

มีลูกค้าสอบถามกันเข้ามาเยอะเหลือเกินว่า ขายสินค้าประเภทนี้ควรจะใช้สติ๊กเกอร์ชนิดไหนดี จะได้เลือกใช้ให้เหมาะสมกับสินค้าทั้งในแง่ของราคาและวัสดุที่เหมาะสม   1) สติ๊กเกอร์กระดาษ  ขาว-เงา เป็นเนื้อสติ๊กเกอร์กระดาษ ใช้ได้ในงานหลากหลานิยมติดแพ็คเกจขนมต่างๆ หรือสติ๊กเกอร์ติดแก้วกาแฟ สติ๊กเกอร์ติดของชำร่วยงานแต่ง  โดยสติ๊กเกอร์ชนิดนี้ไม่เหมาะกับการติดสินค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ เนื่องจากเนื้อสติ๊กเกอร์เป็นกระดาษ มีความเงาเล็กน้อย สติ๊กเกอร์ชนิดนี้นิยมใช้กันมากเนื่องจากราคาถูกที่สุด   2) สติ๊กเกอร์เนื้อ PP ใส/ขาวมุก/ด้าน เนื้อพลาสติก  กาวพิเศษ สามารถกันน้ำได้ มีราคาสูงกว่าแบบแรก เนื่องจากวัตถุดิบของตัวสติ๊กเกอร์ไม่ใช่กระดาษ เหมาะสำหรับอุตสากหรรมอาหารที่ต้องมีการแช่เย็น และมีการใช้ตัวแพกเกจนานๆ จะพบได้บ่อยในสำหรับสินค้าประเภทครีมเครื่องสำอางหรืออาหารเสริม   3) สติ๊กเกอร์เนื้อ PVC ใส/ขาวมุก เป็นเนื้อพลาสติกอีกเช่นกัน แต่นิยมใช้สำหรับการติดงาน Outdoor เช่น สติ๊กเกอร์ติดรถ หรือติดอาคารต่างๆ เพราะสติ๊กเกอร์ชนิดนี้มีความทนทานสูงมาก  ส่วนตัวแอดมินคิดว่าสติ๊กเกอร์ชนิดนี้ราคาไม่เหมาะจะทำฉลากสินค้าเพราะราคาค่อนข้างจะสูง   4) สติ๊กเกอร์กระดาษคราฟ เป็นเนื้อกระดาษคราฟหนา เนื้อน่้ำตาลตัวนี้ฉีกขาดและไม่กันน้ำ ส่วนใหญ่จะใช้กับงานที่ต้องการความคลาสสิค   สามารถดูราคาของเนื้อสติ๊กเกอร์ชนิดต่างๆได้ที่นี่ หวังว่าบทความมีคงจะมีประโยชน์แก่แก่ผู้ที่กำลังจะเริ่มทำแบรนด์หรือทำสินค้าของตัวเองไม่มากก็น้อยนะครับ หากยังไม่มีแบบทางร้านมีบริการออกแบบให้ในราคาพิเศษ หากสนใจสามารถติดต่อเข้ามาได้เลย  

งานพิมพ์จำนวนน้อยไม่มีขั้นต่ำ

งานพิมพ์จำนวนน้อยไม่มีขั้นต่ำ

    ในปัจจุบัน งานพิมพ์ดิจิตอล ใช้สำหรับรองรับงาน Print On Demand คืองานพิมพ์ที่มีปริมาณน้อย ไม่มีจำนวนขั้นต่ำ ไม่มีต้นทุนทำเพลท จะใช้ระบบการพิมพ์ออฟเซตก็ไม่คุ้ม เนื่องจากค่าทำเพลท ค่าแรงงาน เมื่อมาคิดราคาต่องานออกมาแน่นอนว่าต้องแพงกว่าการพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดิจิตอล และเสียเวลา เสียกำลังคนมากกว่า   ข้อดีของงานพิมพ์ดิจิตอลที่มาแรงในปีนี้คือ งานหลังพิมพ์ Spot วานิช การตัด การเจียนขอบ การพับ การเข้าเล่มก็สามารถทำได้ในตัวเลย ซึ่งตะก่อนต้องพิมพ์ แล้วค่อยไปผ่านกระบวนการหลังพิมพ์ ทำให้ยุ่งยากหลายขั้นตอน ใช้ทั้งคนทั้งเวลามากในการพิมพ์งานครั้งหนึ่งๆ เครื่องพิมพ์ดิจิตอลจึงหันมาให้ความสำคัญกับงานหลังพิมพ์มากขึ้น     นอกจากนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ผลิตเครื่องพิมพ์ดิจิตอลมีแนวโน้มจะนำนวัฒกรรมทาง Software ที่ใช้กับเครื่องพิมพ์ดิจิตอลมาตอบโจทย์ทั้งธุรกิจโรงพิมพ์กราฟฟิกปริ้นท์ และธุรกิจเอกสารในองค์กรบริษัทต่างๆ   งานพิมพ์ดิจิตอลสำหรับธุรกิจองค์กร ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดย่อมหรือขนาดใหญ่ เครื่องพิมพ์ดิจิจอลก็เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดูแล จัดเก็บ จัดการเอกสารภายในองค์กรแล้ว บางองค์กรเริ่มหันมาลงเครื่องพิมพ์ดิจิตอลเพื่อทำงานพิมพ์ประเภทกราฟฟิกอาร์ต เช่น ไดอารี่สวัสดีปีใหม่ลูกค้า ใบปลิวโปรโมชั่นต่างๆ โปสเตอร์รณรงค์กิจกรรมภายในองค์กร นามบัตรพนักงาน หรือสติ๊กเกอร์ติดบรรจุภัณฑ์ก็ตาม ทั้งนี้ จุดประสงค์เพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจคือ “สะดวก รวดเร็ว…

ทำความรู้จักกับงานหลังการพิมพ์

ทำความรู้จักกับงานหลังการพิมพ์

             “งานหลังการพิมพ์” เป็นกระบวนการที่ต้องทำหลังจากการพิมพ์ โดยทั่วไปงานพิมพ์จะยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ดีนัก จึงต้องผ่านกระบวนการหลังการพิมพ์ก่อน แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ 1. การตกแต่งผิวชิ้นงาน 2. การขึ้นรูป 3. การทำรูปเล่ม 4. การบรรจุหีบห่อ แน่นอนว่างานหลังพิมพ์จึงเป็นกระบวนการที่สำคัญไม่แพ้กว่ากระบวนการอื่นเลย ที่นิยมกันมากคือการเคลือบลามิเนต และการเคลือบยูวี ซึ่งเป็นงานหลังพิมพ์ประเภทตกแต่งผิวชิ้นงาน คนส่วนน้อยที่คลุกคลีกับงานพิมพ์ก็จะรู้ว่าการเคลือบลามิเนตกับเคลือบยูวีแตกต่างกันอย่างไร เหมาะกับงานพิมพ์แบบไหน แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้คลุกคลีงานพิมพ์มากนักก็จะไม่รู้ว่าแตกต่างกันยังไง ซึ่งเราจะไม่รู้เลยว่าวันไหนที่เราจะต้องใช้บริการงานพิมพ์ ดังนั้น เราไปดูกันว่าการเคลือบลามิเนตกับการเคลือบยูวีแตกต่างกันอย่างไร                “การเคลือบลามิเนต” ขั้นตอนง่ายๆ คือ ใช้กาวหรือความร้อนอัดฟิล์มแผ่นบางๆ ให้ติดบนผิวงานพิมพ์ สามารถเคลือบได้ทั้งสองด้านของงานพิมพ์ มีทั้งฟิล์มด้านและฟิล์มเงา แต่ที่นิยมกันมากจะเป็นการเคลือบลามิเนตด้านเสียส่วนใหญ่ ราคาการเคลือบจะคิดเป็นตารางนิ้ว ราคาถือว่าค่อนข้างสูง ข้อเสียอีกอย่างนึงคือไม่สามารถเคลือบลงบนกระดาษบางมากๆ ได้ แต่ข้อดีของการเคลือบลามิเนตจะช่วยเพิ่มมูลค่างานพิมพ์ให้ดูหรูมีระดับ ช่วยในเรื่องของการกันความชื้นหรือกันน้ำได้ดี เพราะฟิล์มที่ใช้มีคุณสมบัติป้องกันการซึมผ่านของน้ำได้ และการเคลือบลามิเนตช่วยเพิ่มความหนาและความแข็งแรงให้กับงานพิมพ์ได้ในระดับนึงเลย…

จะทิ้งก็เสียดายเพราะมีชื่อของตัวเองพิมพ์อยู่

จะทิ้งก็เสียดายเพราะมีชื่อของตัวเองพิมพ์อยู่

ในปัจจุบันการทำการตลาดส่วนใหญ่จะเป็นแบบ mass ซึ่งเน้นการเข้าถึงกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหญ่ โดยการโฆษณาทางโทรทัศน์ วิทยุ อินเตอร์เน็ต เพื่อให้ได้ส่วนแบบทางการตลาด จะใช้งบลงทุนต่ำ แต่ยังถือได้ว่าไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เพราะไม่ได้เจาะจงว่าสำหรับกลุ่มเป้าหมายกลุ่มใด ทำให้นักการตลาดเริ่มหันมาใช้กลยุทธ์ทางการตลาดแบบ one to one ซึ่งเป็นการตลาดรายบุคคล (persanalization) ที่เราจะคุ้นเคยกันมากก็จะเป็น การส่งอีการ์ดหรือการ์ดอวยพรอิเล็กทรอนิกส์ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลคริสมาสต์ ปีใหม่ สงกรานต์ หรือตรุษจีน ก่อนที่เราจะทำการส่งอีการ์ดให้กับผู้รับนั้น แน่นอนว่าเราจะต้องมีข้อมูลและรู้จักผู้รับเป็นอย่างดี บางทีเราอาจมีข้อมูลผู้รับหลายคนในไฟล์ x-cel เพียงแค่เราแนบไฟล์เข้าในระบบ อีการ์ดที่ถูกส่งไปยังผู้รับก็จะระบุชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ วันเกิด งานอดิเรก ชื่อคนรัก ต่างๆ ในอีการ์ด ผลตอบรับที่ได้คือ ผู้ส่งสะดวกและไม่เสียเวลา ผู้รับก็เกิดความประทับและความภักดีต่อแบรนด์สินค้า ถือได้ว่าเป็นการประสบความสำเร็จอย่างมากในการทำการตลาดให้กับสินค้านั้นๆ     “งานพิมพ์ one to one” ก็มีหลักการไม่ต่างกับการส่งอีการ์ดที่เราคุ้นเคยกัน และยังเริ่มถูกใช้เพื่อทำการตลาดแบบ one to one มากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจะมีการลงทุนสูง แต่ผลที่ได้จากการตอบรับของลูกค้าถือได้ว่าประสบความสำเร็จและสามารถแบ่งส่วนแบ่งทางการตลาดมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ   งานพิมพ์ one…

สติ๊กเกอร์ที่สามารถบอกสถานะสินค้าว่าเสียหรือยัง !?

สติ๊กเกอร์ที่สามารถบอกสถานะสินค้าว่าเสียหรือยัง !?

ในปัจจุบันบรรจุภัณฑ์ของสินค้าจะทำหน้าที่หลักสำหรับห่อหุ้ม ป้องกัน รักษา  แจ้งข้อมูล และดึงดูด ซึ่งเป็นที่น่าสนใจมากหากมีบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติพิเศษแตกต่างออกไปจากที่กล่าวมา นั่นคือ บรรจุภัณฑ์อินดิเคเตอร์ (Indicator Packaging) ซึ่งมักจะใช้กันในอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อบันทึกข้อมูลระหว่างการขนส่ง การเก็บรักษา และสื่อสารข้อมูลของคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร โดยจะแบ่งเป็น 4 ประเภทตามการเสื่อมเสียของอาหาร คือ 1. อินดิเคเตอร์ความสด (Freshness Indicator) 2. อินดิเคเตอร์ความสุก (Ripeness Indicator) 3. อินดิเคเตอร์รอยรั่ว (Leak Indicator) 4. อินดิเคเตอร์เวลา-อุณหภูมิ (Time-Temperature Indicator : TTI) หลักการทำงานง่ายๆ เลยของบรรจุภัณฑ์อินดิเคเตอร์คือ เมื่อระยะเวลาผ่านไป อาหารจะมีการปล่อยแก๊สออกมา จนกระทั่งอาหารค่อยๆ สุก และเสื่อมเสียไปในที่สุด นักบรรจุภัณฑ์จึงคิดค้นและวิจัยอินดิเคเตอร์ที่ทำปฏิกิริยากับแก๊สที่เกิดขึ้น และทำอินดิเคเตอร์ติดลงบนสติ๊กเกอร์และติดลงบนบรรจุภัณฑ์ ให้สัมผัสกับแก๊สที่เกิดขึ้นภายในระบบบรรจุภัณฑ์ มาดูกันว่าบรรจุภัณฑ์อินดิเคเตอร์มีใช้กันแล้วในต่างประเทศ       ลูกแพร เป็นผลไม้ที่เปลือกจะไม่เปลี่ยนสีไปตามความสุกเลย ทำให้ผู้บริโภคไม่ทราบว่าจะสามารถรับประทานได้หรือยัง หรือลูกแพรนั้นสุกแค่ไหนแล้ว  แต่ลูกแพรจะปล่อยแก๊สเอทิลีนออกมา…

การใช้สื่อสิ่งพิมพ์เพิ่มยอดขาย จำนวนน้อยก็พิมพ์ได้

การใช้สื่อสิ่งพิมพ์เพิ่มยอดขาย จำนวนน้อยก็พิมพ์ได้

  นอกเหนือจากการสร้างแบรนด์ให้เกิดขึ้นในตลาดแล้ว สิ่งที่เป็นผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงก็คือการเพิ่มมูลค่าของสินค้าที่เราขายด้วย เพราะสินค้าก็เหมือนคนนี่แหละครับ ถ้าภาพลักษณ์ดูดี ผู้คนก็จะให้ความสนใจมากขึ้นครับ หรือที่เราเรียกว่า first impression ในธุรกิจที่สามารถยกตัวอย่างให้เห็นได้อย่างชัดเจนในปัจจุบันคือ ธุรกิจเบเกอรี่ หรือกาแฟ ลูกค้าสามารถสร้างแบรนด์ทีดูดีได้ง่ายๆ โดยการออกแบบภาชนะที่ใส่ให้ดูดีครับ ถ้าเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวข้องก็คือ สติ๊กเกอร์ ฉลากสินค้า หรือกล่อง ประโยชน์ของสิ่งเหล่านี้คือ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มราคาในการขาย นอกจากนั้น ในสินค้าที่ส่งไปหลายๆ ที่ หากมีผู้บริโภคที่สนใจ ก็สามารถหาร้านผู้ผลิตได้ง่าย เป็นการตลาดที่อีกทางนึง เรียกว่า ยิงครั้งเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว อีกเรื่องนึงก็คือนอกจากเอาไปบริโภคแล้ว ยังมีโอกาสที่สินค้า สามารถเปลี่ยนสถานะเป็น ของขวัญได้อีกด้วย   สำหรับลูกค้าที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจก็อย่าเพิ่งตกใจว่า จำนวนน้อยๆ จะสั่งได้หรือไม่ ซึ่งผู้เขียนสามารถตอบได้ตรงนี้เลยครับว่า สั่งได้ เพราะปัจจุบันมีเครื่องพิมพ์หลากหลายชนิดที่รองรับงานประเภทนี้ ซึ่งปัจจุบันผู้เขียนก็มีลูกค้าแนวนี้เยอะและเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ  เช่น สติ๊กเกอร์ ลูกค้าหลายท่านอาจจะทดลองสั่งก่อนในจำนวนไม่กี่ร้อยดวงก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงหลักหมื่นหรือแสนดวง เพราะเราทำให้ในราคาที่ต่ำ อยากให้จะให้ร้านของเราเติบโตไปพร้อมๆกับร้านของท่านมากกว่า   สิ่งที่เราใช้เป็นประจำทุกๆวันก็คือเรื่อง นามบัตร ก็เหมือนกันครับ บางคนอาจจะเห็นว่าเป็นแค่กระดาษใบเล็กๆ แต่ความจริงสิ่งนี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากนะครับ เพราะนามบัตรคือสิ่งที่แสดงตัวตน…

การหายไปของระบบการพิมพ์ Letterpress

การหายไปของระบบการพิมพ์ Letterpress

ในอดีต ก่อนที่จะมีระบบการพิมพ์เกิดขึ้น มนุษย์ใช้วิธีคัดลอกข้อความโดยการใช้ปากกาขนนกเขียนคัดลอก จนกระทั่งโยฮานน์ กูเตนเบิร์ก (Johann Gutenberg) ได้คิดค้นระบบการพิมพ์ “Letterpress” ขึ้นเมื่อปี 1440 โดยใช้ไม้ทำแม่พิมพ์ที่เป็นตัวอักษรนูนกลับหัวขึ้นมา พิมพ์ลงบนกระดาษเปียกด้วยหมึก ต่อมาได้พัฒนาทำแม่พิมพ์จากโลหะ เพื่อสามารถนำกลับมาใช้ได้ในงานพิมพ์ครั้งต่อไป และทำให้เกิดการเรียกว่าการพิมพ์ด้วย “ตะกั่ว” Letterpress จึงถือได้ว่ามีบทบาทต่อระบบอุตสาหกรรมของโลกและงานพิมพ์เป็นอย่างมาก จนกระทั่งเมื่อปี 1960 ได้มีการคิดค้นระบบการพิมพ์ “Offset” ขึ้นมา ที่สะดวกรวดเร็วและงานพิมพ์มีคุณภาพมากกว่า ทำให้การพิมพ์ Letterpress ลดลง ซึ่งเมื่อการพิมพ์ Offset ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน Offset จึงมีบทบาทในการพิมพ์มากกว่า และเข้ามาแทนที่การพิมพ์ Letterpress ในที่สุด จะว่าไปแล้ว แม้การพิมพ์ระบบ Letterpress จะถูกแทนที่ไป แต่ยังมีบางคนไม่ว่าจะเป็นโรงพิมพ์เก่าแก่ สถาบันการศึกษาต่างๆ ที่ยังคงรักษาระบบง านพิมพ์นี้ ไว้และยังมีงานพิมพ์ที่พิมพ์จากระบบ Letterpress อยู่บ้าง เช่น  การ์ดเชิญ นามบัตร ปกสมุด โปสการ์ด หรืองานที่มีปริมาณหรือสีที่ไม่มากนัก เพราะข้อดีที่…

บรรจุภัณฑ์ เพิ่มมูลค่า

บรรจุภัณฑ์ เพิ่มมูลค่า

  สินค้าที่วางจำหน่ายในท้องตลาดมีการแข่งขันกันสูง เพราะสินค้าบางชนิดมีคุณภาพไม่ต่างกันมาก ผู้ประกอบการจึงหันมาสร้างความแตกต่างของสินค้าด้วย “บรรจุภัณฑ์” บรรจุภัณฑ์มี 3 หน้าที่พื้นฐาน ดังนี้ ดึงดูด ความสนใจ บรรจุภัณฑ์ที่มีการวางแผนการออกแบบที่ดีนั้น สามารถทำให้ ลูกค้าเป้าหมายที่เดินผ่านไปมาหันมาสนใจและแวะชมสินค้า ในชั้นวางสินค้าได้ เตือน และสร้างความจดจำในตราสินค้า บรรจุภัณฑ์ที่ดีจะทำหน้าที่เตือนความทรงจำให้กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย “เห็นแค่สีและรูปแบบก็รู้ว่าเป็นสินค้ายี่ห้อนี้” สร้างความแตกต่าง บรรจุภัณฑ์ เป็นอีกหนึ่ง แนวทางในการช่วยสร้างความแตกต่างให้กับตราสินค้า ใช้เป็นกลยุทธ์สำคัญในการปกป้องภาพลักษณ์และคุณค่าของตราสินค้า   (โปรดคลิกดูภาพขนาดใหญ่) การตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคนั้น นอกจากจะดูที่คุณภาพและราคาสินค้าแล้ว บรรจุภัณฑ์ยังช่วยดึงดูด เตือน และสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าตามที่กล่าวมาข้างต้น ดังนั้นบรรจุภัณฑ์จึงเปรียบเสมือน “ผู้แทนขายที่ดี” หรือเป็น “เสื้อผ้าที่ห่อหุ้มสินค้านั้นๆ” ผู้ประกอบการจึงควรหันมาให้ความสำคัญของบรรจุภัณฑ์ให้มากขึ้น เพราะบรรจุภัณฑ์ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ อีกต่อไป แต่จำเป็นสิ่งที่ทำการตลาดให้กับสินค้าอย่างมืออาชีพ เรารับปรึกษาและออกแบบเพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้าโดย บรรจุภัณฑ์ และ สติ๊กเกอร์ด้วยนะครับ คลิกเพื่อสอบถามรายละเอียด

Menu