Call center : 086-6736738E-mail : Isaraprinting@gmail.comLINE ID : @isaraprintingร้านตั้งอยู่ที่ จ. เชียงใหม่ แต่เราจัดส่งงานทั่วประเทศ

Tag archive: การทำนามบัตร

งานพิมพ์จำนวนน้อยไม่มีขั้นต่ำ

งานพิมพ์จำนวนน้อยไม่มีขั้นต่ำ

    ในปัจจุบัน งานพิมพ์ดิจิตอล ใช้สำหรับรองรับงาน Print On Demand คืองานพิมพ์ที่มีปริมาณน้อย ไม่มีจำนวนขั้นต่ำ ไม่มีต้นทุนทำเพลท จะใช้ระบบการพิมพ์ออฟเซตก็ไม่คุ้ม เนื่องจากค่าทำเพลท ค่าแรงงาน เมื่อมาคิดราคาต่องานออกมาแน่นอนว่าต้องแพงกว่าการพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดิจิตอล และเสียเวลา เสียกำลังคนมากกว่า   ข้อดีของงานพิมพ์ดิจิตอลที่มาแรงในปีนี้คือ งานหลังพิมพ์ Spot วานิช การตัด การเจียนขอบ การพับ การเข้าเล่มก็สามารถทำได้ในตัวเลย ซึ่งตะก่อนต้องพิมพ์ แล้วค่อยไปผ่านกระบวนการหลังพิมพ์ ทำให้ยุ่งยากหลายขั้นตอน ใช้ทั้งคนทั้งเวลามากในการพิมพ์งานครั้งหนึ่งๆ เครื่องพิมพ์ดิจิตอลจึงหันมาให้ความสำคัญกับงานหลังพิมพ์มากขึ้น     นอกจากนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ผลิตเครื่องพิมพ์ดิจิตอลมีแนวโน้มจะนำนวัฒกรรมทาง Software ที่ใช้กับเครื่องพิมพ์ดิจิตอลมาตอบโจทย์ทั้งธุรกิจโรงพิมพ์กราฟฟิกปริ้นท์ และธุรกิจเอกสารในองค์กรบริษัทต่างๆ   งานพิมพ์ดิจิตอลสำหรับธุรกิจองค์กร ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดย่อมหรือขนาดใหญ่ เครื่องพิมพ์ดิจิจอลก็เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดูแล จัดเก็บ จัดการเอกสารภายในองค์กรแล้ว บางองค์กรเริ่มหันมาลงเครื่องพิมพ์ดิจิตอลเพื่อทำงานพิมพ์ประเภทกราฟฟิกอาร์ต เช่น ไดอารี่สวัสดีปีใหม่ลูกค้า ใบปลิวโปรโมชั่นต่างๆ โปสเตอร์รณรงค์กิจกรรมภายในองค์กร นามบัตรพนักงาน หรือสติ๊กเกอร์ติดบรรจุภัณฑ์ก็ตาม ทั้งนี้ จุดประสงค์เพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจคือ “สะดวก รวดเร็ว…

ทำความรู้จักกับงานหลังการพิมพ์

ทำความรู้จักกับงานหลังการพิมพ์

             “งานหลังการพิมพ์” เป็นกระบวนการที่ต้องทำหลังจากการพิมพ์ โดยทั่วไปงานพิมพ์จะยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ดีนัก จึงต้องผ่านกระบวนการหลังการพิมพ์ก่อน แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ 1. การตกแต่งผิวชิ้นงาน 2. การขึ้นรูป 3. การทำรูปเล่ม 4. การบรรจุหีบห่อ แน่นอนว่างานหลังพิมพ์จึงเป็นกระบวนการที่สำคัญไม่แพ้กว่ากระบวนการอื่นเลย ที่นิยมกันมากคือการเคลือบลามิเนต และการเคลือบยูวี ซึ่งเป็นงานหลังพิมพ์ประเภทตกแต่งผิวชิ้นงาน คนส่วนน้อยที่คลุกคลีกับงานพิมพ์ก็จะรู้ว่าการเคลือบลามิเนตกับเคลือบยูวีแตกต่างกันอย่างไร เหมาะกับงานพิมพ์แบบไหน แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้คลุกคลีงานพิมพ์มากนักก็จะไม่รู้ว่าแตกต่างกันยังไง ซึ่งเราจะไม่รู้เลยว่าวันไหนที่เราจะต้องใช้บริการงานพิมพ์ ดังนั้น เราไปดูกันว่าการเคลือบลามิเนตกับการเคลือบยูวีแตกต่างกันอย่างไร                “การเคลือบลามิเนต” ขั้นตอนง่ายๆ คือ ใช้กาวหรือความร้อนอัดฟิล์มแผ่นบางๆ ให้ติดบนผิวงานพิมพ์ สามารถเคลือบได้ทั้งสองด้านของงานพิมพ์ มีทั้งฟิล์มด้านและฟิล์มเงา แต่ที่นิยมกันมากจะเป็นการเคลือบลามิเนตด้านเสียส่วนใหญ่ ราคาการเคลือบจะคิดเป็นตารางนิ้ว ราคาถือว่าค่อนข้างสูง ข้อเสียอีกอย่างนึงคือไม่สามารถเคลือบลงบนกระดาษบางมากๆ ได้ แต่ข้อดีของการเคลือบลามิเนตจะช่วยเพิ่มมูลค่างานพิมพ์ให้ดูหรูมีระดับ ช่วยในเรื่องของการกันความชื้นหรือกันน้ำได้ดี เพราะฟิล์มที่ใช้มีคุณสมบัติป้องกันการซึมผ่านของน้ำได้ และการเคลือบลามิเนตช่วยเพิ่มความหนาและความแข็งแรงให้กับงานพิมพ์ได้ในระดับนึงเลย…

การใช้สื่อสิ่งพิมพ์เพิ่มยอดขาย จำนวนน้อยก็พิมพ์ได้

การใช้สื่อสิ่งพิมพ์เพิ่มยอดขาย จำนวนน้อยก็พิมพ์ได้

  นอกเหนือจากการสร้างแบรนด์ให้เกิดขึ้นในตลาดแล้ว สิ่งที่เป็นผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงก็คือการเพิ่มมูลค่าของสินค้าที่เราขายด้วย เพราะสินค้าก็เหมือนคนนี่แหละครับ ถ้าภาพลักษณ์ดูดี ผู้คนก็จะให้ความสนใจมากขึ้นครับ หรือที่เราเรียกว่า first impression ในธุรกิจที่สามารถยกตัวอย่างให้เห็นได้อย่างชัดเจนในปัจจุบันคือ ธุรกิจเบเกอรี่ หรือกาแฟ ลูกค้าสามารถสร้างแบรนด์ทีดูดีได้ง่ายๆ โดยการออกแบบภาชนะที่ใส่ให้ดูดีครับ ถ้าเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวข้องก็คือ สติ๊กเกอร์ ฉลากสินค้า หรือกล่อง ประโยชน์ของสิ่งเหล่านี้คือ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มราคาในการขาย นอกจากนั้น ในสินค้าที่ส่งไปหลายๆ ที่ หากมีผู้บริโภคที่สนใจ ก็สามารถหาร้านผู้ผลิตได้ง่าย เป็นการตลาดที่อีกทางนึง เรียกว่า ยิงครั้งเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว อีกเรื่องนึงก็คือนอกจากเอาไปบริโภคแล้ว ยังมีโอกาสที่สินค้า สามารถเปลี่ยนสถานะเป็น ของขวัญได้อีกด้วย   สำหรับลูกค้าที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจก็อย่าเพิ่งตกใจว่า จำนวนน้อยๆ จะสั่งได้หรือไม่ ซึ่งผู้เขียนสามารถตอบได้ตรงนี้เลยครับว่า สั่งได้ เพราะปัจจุบันมีเครื่องพิมพ์หลากหลายชนิดที่รองรับงานประเภทนี้ ซึ่งปัจจุบันผู้เขียนก็มีลูกค้าแนวนี้เยอะและเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ  เช่น สติ๊กเกอร์ ลูกค้าหลายท่านอาจจะทดลองสั่งก่อนในจำนวนไม่กี่ร้อยดวงก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงหลักหมื่นหรือแสนดวง เพราะเราทำให้ในราคาที่ต่ำ อยากให้จะให้ร้านของเราเติบโตไปพร้อมๆกับร้านของท่านมากกว่า   สิ่งที่เราใช้เป็นประจำทุกๆวันก็คือเรื่อง นามบัตร ก็เหมือนกันครับ บางคนอาจจะเห็นว่าเป็นแค่กระดาษใบเล็กๆ แต่ความจริงสิ่งนี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากนะครับ เพราะนามบัตรคือสิ่งที่แสดงตัวตน…

สีนามบัตรที่ถูกโฉลก

สีนามบัตรที่ถูกโฉลก

นามบัตรใบนึงนั้น ปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงกระดาษใบเดียว นามบัตรยังเป็นตัวแทน เป็นสัญลักษณ์ขององค์กร ที่ใช้บอกข้อมูลสำคัญอย่างครบถ้วนสำหรับใช้ในการติดต่อสื่อสารทางธุรกิจ นามบัตรจึงเป็นสิ่งสำคัญที่บ่งบอกถึงความมั่นคงของธุรกิจ คนจึงให้ความสำคัญของการออกแบบนามบัตรให้ถูกต้อง ครบถ้วน สวยงาม แม้กระทั่งสีที่ใช้ก็จะต้องให้เหมาะกับธุรกิจ หรือที่เรียกว่า “ สีที่ถูกโฉลก  ” เพราะคนเราเชื่อกันว่าหากใช้สีนามบัตรที่ถูกโฉลกกับธุรกิจแล้วจะเป็นมงคลกับตัวเอง ธุรกิจจะเจริญรุ่งเรือง ทำมาค้าขายก็กำไรดี เงินทองมีมาไม่ขายสาย บริวารลูกน้องเคารพภักดี   มาดูกันว่าสีนามบัตรที่เหมาะสมตามธาตุหรือปีนักษัตร ไม่ว่าจะใช้เป็นสีเทพื้นหลัง สีตัวอักษร ต่างๆ คนที่เกิดปี ชวด / กุน ธาตุน้ำ ควรใช้สีนามบัตร สีขาว สีบรอนซ์เงิน สีบรอนซ์เทา สีฟ้าสีฟ้าคราม สีน้ำเงิน สีดำ สีม่วง และสีเขียว คนที่เกิดปี ฉลู / มะโรง / มะแม / จอ ธาตุดิน ควรใช้สีนามบัตร สีเหลือง สีครีม สีน้ำตาล สีทอง สีบรอนซ์ทอง สีบรอนซ์เงิน สีขาว…

นามบัตรที่ดี สำหรับธุรกิจ

นามบัตรที่ดี สำหรับธุรกิจ

นามบัตรถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจในระดับมืออาชีพที่เหล่าบรรดาผู้ประกอบการ นักบริหาร หรือแม้แต่กระทั่งพนักงานบริษัททุกคนจำเป็นต้องมีพกติดตัวเอาไว้ เนื่องจากในความเป็นจริงนามบัตรธุรกิจเป็นอะไรที่มีคุณค่ามากกว่าแค่กระดาษ แผ่นเล็กๆแผ่นหนึ่ง เพราะนามบัตรธุรกิจเป็นการแสดงและแนะนำตัวตนของผู้ประกอบการ บริษัท หรือพนักงานผู้ถือบัตรให้บุคคลอื่นได้รู้จักเปรียบเสมือนเป็นบัตรประชาชนทาง ธุรกิจเลยก็เทียบได้ ซึ่งหลายวัฒนธรรมของการทำธุรกิจในการพบปะพูดคุยกันครั้งแรกๆของบริษัทผู้ค้า มักจะมีการแลกเปลี่ยนนามบัตรกันก่อนที่จะเริ่มลงมือพูดคุยเจรจาธุรกิจด้วย ซ้ำไป นามบัตรจึงเป็นสิ่งสำคัญและกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกๆธุรกิจจะต้องมี ซึ่งโดยปกติแล้วนามบัตรไม่ได้มีรูปแบบตายตัวเหมือนสูตรทางคณิตศาสตร์แต่มัน ก็มีหลักการสากลที่ผู้ประกอบการควรจะต้องยึดเอาไว้เป็นหลักในการพิจารณาออก แบบอยู่บ้างพอสมควรเพื่อความเป็นมืออาชีพและได้รับการยอมรับจากภายนอก โดยองค์ประกอบหลักๆที่ควรพิจารณามีดังต่อไปนี้ ชื่อ – นามสกุล จะต้องคมชัดเจน โดดเด่น ชื่อและนามสกุลถือเป็นส่วนสำคัญอันดับแรกสุดเลยของนามบัตร เพราะวัตถุประสงค์หลักของนามบัตรคือมันถูกผลิตขึ้นมาเพื่อแนะนำชื่อเสียง เรียงนามของผู้ถือเป็นสำคัญ ดังนั้นผู้ประกอบการห้ามสะกดตัวอักษรผิดเป็นอันขาดซึ่งเรื่องนี้อันตรายมาก เพราะการสะกดผิดแม้แต่ตัวเดียวก็ทำให้ความหมายของชื่อและการอ่านออกเสียง เปลี่ยนไปได้ นอกจากนี้ยังอาจเกิดความผิดพลาดในด้านอื่นๆอีกหากคู่ค้าทางธุรกิจของท่านนำ ชื่อที่ได้จากนามบัตรที่สะกดผิดไปเขียนอ้างอิงลงในสัญญาที่มีผลทางกฎหมาย หรือเช็คธนาคารซึ่งมันจะกลายเป็นโมฆะทันทีและต้องเสียเวลามาร่างเอกสารใหม่ ทั้งหมดซึ่งมันไม่คุ้มค่าและยังหน้าอับอายมากอีกด้วย นอกจากนี้แล้วชื่อของผู้เป็นเจ้าของนามบัตรต้องมีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ วางอยู่อย่างโดดเด่นและสามารถสังเกตได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขนาดตัวอักษร รูปแบบฟอนต์ ตำแหน่งที่วาง เป็นต้น ชื่อตำแหน่ง ระดับ หน้าที่ ตำแหน่งหน้าที่ของเจ้าของบัตรคือองค์ประกอบในส่วนที่ 2 ที่ผู้ประกอบการจะต้องให้ความสนใจ เพราะมันจะบ่งบอกถึงตำแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบของเจ้าของนามบัตรใบนั้นโดย ตรงเพื่อเป็นการสะดวกในการขอติดต่อ ซึ่งสำหรับบริษัทที่มีลักษณะองค์กรขนาดใหญ่มักไม่ค่อยมีปัญหาเพราะพนักงาน แต่ละคนมีตำแหน่งที่ตายตัวอยู่แล้ว แต่ปัญหามักจะเกิดขึ้นกับบริษัทที่มีขนาดเล็กที่บางคนยังไม่รู้ว่าตนเองทำ งานในตำแหน่งอะไรเลยด้วยซ้ำเพราะทำแทบจะทุกอย่างเลย ดังนั้นก่อนที่จะทำนามบัตรต้องกำหนดให้ได้เสียก่อนว่าเจ้าของนามบัตรทำงานใน ตำแหน่งอะไรจึงจะสามารถดำเนินการในทำนามบัตรได้ นอกจากนี้หากในอนาคตมีพนักงานคนใดมีตำแหน่งเปลี่ยนแปลง ต้องรีบทำการเปลี่ยนนามบัตรให้พนักงานคนคนั้นโดยทันทีด้วย ที่อยู่บริษัท…

Menu