Call center : 086-6736738E-mail : Isaraprinting@gmail.comLINE ID : @isaraprintingร้านตั้งอยู่ที่ จ. เชียงใหม่ แต่เราจัดส่งงานทั่วประเทศ

Tag archive: นามบัตร

ทำความรู้จักกับงานหลังการพิมพ์

ทำความรู้จักกับงานหลังการพิมพ์

             “งานหลังการพิมพ์” เป็นกระบวนการที่ต้องทำหลังจากการพิมพ์ โดยทั่วไปงานพิมพ์จะยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ดีนัก จึงต้องผ่านกระบวนการหลังการพิมพ์ก่อน แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ 1. การตกแต่งผิวชิ้นงาน 2. การขึ้นรูป 3. การทำรูปเล่ม 4. การบรรจุหีบห่อ แน่นอนว่างานหลังพิมพ์จึงเป็นกระบวนการที่สำคัญไม่แพ้กว่ากระบวนการอื่นเลย ที่นิยมกันมากคือการเคลือบลามิเนต และการเคลือบยูวี ซึ่งเป็นงานหลังพิมพ์ประเภทตกแต่งผิวชิ้นงาน คนส่วนน้อยที่คลุกคลีกับงานพิมพ์ก็จะรู้ว่าการเคลือบลามิเนตกับเคลือบยูวีแตกต่างกันอย่างไร เหมาะกับงานพิมพ์แบบไหน แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้คลุกคลีงานพิมพ์มากนักก็จะไม่รู้ว่าแตกต่างกันยังไง ซึ่งเราจะไม่รู้เลยว่าวันไหนที่เราจะต้องใช้บริการงานพิมพ์ ดังนั้น เราไปดูกันว่าการเคลือบลามิเนตกับการเคลือบยูวีแตกต่างกันอย่างไร                “การเคลือบลามิเนต” ขั้นตอนง่ายๆ คือ ใช้กาวหรือความร้อนอัดฟิล์มแผ่นบางๆ ให้ติดบนผิวงานพิมพ์ สามารถเคลือบได้ทั้งสองด้านของงานพิมพ์ มีทั้งฟิล์มด้านและฟิล์มเงา แต่ที่นิยมกันมากจะเป็นการเคลือบลามิเนตด้านเสียส่วนใหญ่ ราคาการเคลือบจะคิดเป็นตารางนิ้ว ราคาถือว่าค่อนข้างสูง ข้อเสียอีกอย่างนึงคือไม่สามารถเคลือบลงบนกระดาษบางมากๆ ได้ แต่ข้อดีของการเคลือบลามิเนตจะช่วยเพิ่มมูลค่างานพิมพ์ให้ดูหรูมีระดับ ช่วยในเรื่องของการกันความชื้นหรือกันน้ำได้ดี เพราะฟิล์มที่ใช้มีคุณสมบัติป้องกันการซึมผ่านของน้ำได้ และการเคลือบลามิเนตช่วยเพิ่มความหนาและความแข็งแรงให้กับงานพิมพ์ได้ในระดับนึงเลย…

การหายไปของระบบการพิมพ์ Letterpress

การหายไปของระบบการพิมพ์ Letterpress

ในอดีต ก่อนที่จะมีระบบการพิมพ์เกิดขึ้น มนุษย์ใช้วิธีคัดลอกข้อความโดยการใช้ปากกาขนนกเขียนคัดลอก จนกระทั่งโยฮานน์ กูเตนเบิร์ก (Johann Gutenberg) ได้คิดค้นระบบการพิมพ์ “Letterpress” ขึ้นเมื่อปี 1440 โดยใช้ไม้ทำแม่พิมพ์ที่เป็นตัวอักษรนูนกลับหัวขึ้นมา พิมพ์ลงบนกระดาษเปียกด้วยหมึก ต่อมาได้พัฒนาทำแม่พิมพ์จากโลหะ เพื่อสามารถนำกลับมาใช้ได้ในงานพิมพ์ครั้งต่อไป และทำให้เกิดการเรียกว่าการพิมพ์ด้วย “ตะกั่ว” Letterpress จึงถือได้ว่ามีบทบาทต่อระบบอุตสาหกรรมของโลกและงานพิมพ์เป็นอย่างมาก จนกระทั่งเมื่อปี 1960 ได้มีการคิดค้นระบบการพิมพ์ “Offset” ขึ้นมา ที่สะดวกรวดเร็วและงานพิมพ์มีคุณภาพมากกว่า ทำให้การพิมพ์ Letterpress ลดลง ซึ่งเมื่อการพิมพ์ Offset ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน Offset จึงมีบทบาทในการพิมพ์มากกว่า และเข้ามาแทนที่การพิมพ์ Letterpress ในที่สุด จะว่าไปแล้ว แม้การพิมพ์ระบบ Letterpress จะถูกแทนที่ไป แต่ยังมีบางคนไม่ว่าจะเป็นโรงพิมพ์เก่าแก่ สถาบันการศึกษาต่างๆ ที่ยังคงรักษาระบบง านพิมพ์นี้ ไว้และยังมีงานพิมพ์ที่พิมพ์จากระบบ Letterpress อยู่บ้าง เช่น  การ์ดเชิญ นามบัตร ปกสมุด โปสการ์ด หรืองานที่มีปริมาณหรือสีที่ไม่มากนัก เพราะข้อดีที่…

งานพิมพ์สี่สีคืออะไร

งานพิมพ์สี่สีคืออะไร

เกร็ดความรู้เรื่องงานพิมพ์   งานพิมพ์ สีเดียว VS งานพิมพ์หลายสี   หลายๆ คนอาจจะยังไม่ทราบเวลาเข้าไปโรงพิมพ์ว่า คำศัพท์พวกนี้หมายความว่าอย่างไร วันนี้เราจะไขข้อสงสัยกันครับ การนับสีของงานพิมพ์ หลักการคือ 1 เพลท คือ 1 สี คือภาพที่ใช้กันทั่วไป เกิดจากแม่สีสามสีผสมกับสีดำครับ   พิมพ์ 1 สี ส่วนใหญ่จะเป็นงานขาว-ดำ ที่เห็นกันทั่วไปแต่ที่จริงแล้วสามารถใช้สีอื่นๆ เป็นสีเดียวได้ครับ เช่น แดง เหลือง น้ำเงิน แต่ในการใช้สีเดียวนั้น เราสามารถปรับระดับความเข้มของสีได้ด้วยครับ ซึ่งจะมี ราคาถูก ที่สุด ตัวอย่าง งานพิมพ์ซอง     พิมพ์หลายสี หลักการเดียวกับ 1 สี ครับ แต่เกิดจากเอาสีมาผสมกันนั่นเอง ซึงสามารถเลือกได้ จะเอา 1 2 หรือ 3 สี ตัวอย่าง 2…

พลังของสี

พลังของสี

พลังของสี ในการสร้างสรรค์เพื่อที่จะออกแบบชิ้นงานให้ออกมานั้น เกิดจากองค์ประกอบหลายๆ อย่าง ในองค์ประกอบเหล่านั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การเลือกใช้สี เพราะการใช้สีนั้นมีผลต่อทางจิตวิทยาและอารมณ์ของผู้ที่ได้เห็นชิ้นงานนั้นๆ สีแดง เป็นสีของความร้อนแรง ซึ่งสีนี้จะสามารถกระตุ้นความสนใจ การเร้าอารมณ์ของคนได้อย่างรวดเร็ว อาจจะเห็นสีนี้ในการเน้นหรือย้ำข้อความต่างๆเช่น ซื้อ หรือ คลิกที่นี่ หรือบางครั้งเราอาจจะเห็นการใช้สีแดงในลักษณะของการเตือนถึงอันตราย และในบางครั้งก็บ่งบอกถึงความกล้าหาญอีกด้วย             สีส้ม เป็นสีที่อยู่รวมระหว่างความร้อนแรงของสีแดงและความสุขของสีเหลือง สีส้มแสดงให้เห็นถึงพลังของความคิดสร้างสรรค์ การให้กำลังใจ การกระตุ้น ในบางครั้งสีส้มจะแสดงถึงความแข็งแรงและอดทน และยังมีผลเป็นอย่างมากในผลิตภัณฑ์อาหารและของเล่นอีกด้วย             สีเหลือง เป็นสีของความสุข ความร่าเริง สติปัญญาและพลังงาน แสดงถึงการให้เกียรติและความจงรักภักดี ซึ่งในผลิตภัณฑ์นั้นจะใช้เกี่ยวกับของเด็ก หรือสิ่งที่แสดงถึงการพักผ่อน แต่ควรจะต้องระวังในการเลือกใช้ เพราะบางครั้งสีจะถูกกลืนไปกับสีขาว             สีเขียว เป็นสีของธรรมชาติ เป็นสัญลักษณ์ของการเจริญเติมโตและความสามัคคี…

สีนามบัตรที่ถูกโฉลก

สีนามบัตรที่ถูกโฉลก

นามบัตรใบนึงนั้น ปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงกระดาษใบเดียว นามบัตรยังเป็นตัวแทน เป็นสัญลักษณ์ขององค์กร ที่ใช้บอกข้อมูลสำคัญอย่างครบถ้วนสำหรับใช้ในการติดต่อสื่อสารทางธุรกิจ นามบัตรจึงเป็นสิ่งสำคัญที่บ่งบอกถึงความมั่นคงของธุรกิจ คนจึงให้ความสำคัญของการออกแบบนามบัตรให้ถูกต้อง ครบถ้วน สวยงาม แม้กระทั่งสีที่ใช้ก็จะต้องให้เหมาะกับธุรกิจ หรือที่เรียกว่า “ สีที่ถูกโฉลก  ” เพราะคนเราเชื่อกันว่าหากใช้สีนามบัตรที่ถูกโฉลกกับธุรกิจแล้วจะเป็นมงคลกับตัวเอง ธุรกิจจะเจริญรุ่งเรือง ทำมาค้าขายก็กำไรดี เงินทองมีมาไม่ขายสาย บริวารลูกน้องเคารพภักดี   มาดูกันว่าสีนามบัตรที่เหมาะสมตามธาตุหรือปีนักษัตร ไม่ว่าจะใช้เป็นสีเทพื้นหลัง สีตัวอักษร ต่างๆ คนที่เกิดปี ชวด / กุน ธาตุน้ำ ควรใช้สีนามบัตร สีขาว สีบรอนซ์เงิน สีบรอนซ์เทา สีฟ้าสีฟ้าคราม สีน้ำเงิน สีดำ สีม่วง และสีเขียว คนที่เกิดปี ฉลู / มะโรง / มะแม / จอ ธาตุดิน ควรใช้สีนามบัตร สีเหลือง สีครีม สีน้ำตาล สีทอง สีบรอนซ์ทอง สีบรอนซ์เงิน สีขาว…

นามบัตรที่ดี สำหรับธุรกิจ

นามบัตรที่ดี สำหรับธุรกิจ

นามบัตรถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจในระดับมืออาชีพที่เหล่าบรรดาผู้ประกอบการ นักบริหาร หรือแม้แต่กระทั่งพนักงานบริษัททุกคนจำเป็นต้องมีพกติดตัวเอาไว้ เนื่องจากในความเป็นจริงนามบัตรธุรกิจเป็นอะไรที่มีคุณค่ามากกว่าแค่กระดาษ แผ่นเล็กๆแผ่นหนึ่ง เพราะนามบัตรธุรกิจเป็นการแสดงและแนะนำตัวตนของผู้ประกอบการ บริษัท หรือพนักงานผู้ถือบัตรให้บุคคลอื่นได้รู้จักเปรียบเสมือนเป็นบัตรประชาชนทาง ธุรกิจเลยก็เทียบได้ ซึ่งหลายวัฒนธรรมของการทำธุรกิจในการพบปะพูดคุยกันครั้งแรกๆของบริษัทผู้ค้า มักจะมีการแลกเปลี่ยนนามบัตรกันก่อนที่จะเริ่มลงมือพูดคุยเจรจาธุรกิจด้วย ซ้ำไป นามบัตรจึงเป็นสิ่งสำคัญและกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกๆธุรกิจจะต้องมี ซึ่งโดยปกติแล้วนามบัตรไม่ได้มีรูปแบบตายตัวเหมือนสูตรทางคณิตศาสตร์แต่มัน ก็มีหลักการสากลที่ผู้ประกอบการควรจะต้องยึดเอาไว้เป็นหลักในการพิจารณาออก แบบอยู่บ้างพอสมควรเพื่อความเป็นมืออาชีพและได้รับการยอมรับจากภายนอก โดยองค์ประกอบหลักๆที่ควรพิจารณามีดังต่อไปนี้ ชื่อ – นามสกุล จะต้องคมชัดเจน โดดเด่น ชื่อและนามสกุลถือเป็นส่วนสำคัญอันดับแรกสุดเลยของนามบัตร เพราะวัตถุประสงค์หลักของนามบัตรคือมันถูกผลิตขึ้นมาเพื่อแนะนำชื่อเสียง เรียงนามของผู้ถือเป็นสำคัญ ดังนั้นผู้ประกอบการห้ามสะกดตัวอักษรผิดเป็นอันขาดซึ่งเรื่องนี้อันตรายมาก เพราะการสะกดผิดแม้แต่ตัวเดียวก็ทำให้ความหมายของชื่อและการอ่านออกเสียง เปลี่ยนไปได้ นอกจากนี้ยังอาจเกิดความผิดพลาดในด้านอื่นๆอีกหากคู่ค้าทางธุรกิจของท่านนำ ชื่อที่ได้จากนามบัตรที่สะกดผิดไปเขียนอ้างอิงลงในสัญญาที่มีผลทางกฎหมาย หรือเช็คธนาคารซึ่งมันจะกลายเป็นโมฆะทันทีและต้องเสียเวลามาร่างเอกสารใหม่ ทั้งหมดซึ่งมันไม่คุ้มค่าและยังหน้าอับอายมากอีกด้วย นอกจากนี้แล้วชื่อของผู้เป็นเจ้าของนามบัตรต้องมีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ วางอยู่อย่างโดดเด่นและสามารถสังเกตได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขนาดตัวอักษร รูปแบบฟอนต์ ตำแหน่งที่วาง เป็นต้น ชื่อตำแหน่ง ระดับ หน้าที่ ตำแหน่งหน้าที่ของเจ้าของบัตรคือองค์ประกอบในส่วนที่ 2 ที่ผู้ประกอบการจะต้องให้ความสนใจ เพราะมันจะบ่งบอกถึงตำแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบของเจ้าของนามบัตรใบนั้นโดย ตรงเพื่อเป็นการสะดวกในการขอติดต่อ ซึ่งสำหรับบริษัทที่มีลักษณะองค์กรขนาดใหญ่มักไม่ค่อยมีปัญหาเพราะพนักงาน แต่ละคนมีตำแหน่งที่ตายตัวอยู่แล้ว แต่ปัญหามักจะเกิดขึ้นกับบริษัทที่มีขนาดเล็กที่บางคนยังไม่รู้ว่าตนเองทำ งานในตำแหน่งอะไรเลยด้วยซ้ำเพราะทำแทบจะทุกอย่างเลย ดังนั้นก่อนที่จะทำนามบัตรต้องกำหนดให้ได้เสียก่อนว่าเจ้าของนามบัตรทำงานใน ตำแหน่งอะไรจึงจะสามารถดำเนินการในทำนามบัตรได้ นอกจากนี้หากในอนาคตมีพนักงานคนใดมีตำแหน่งเปลี่ยนแปลง ต้องรีบทำการเปลี่ยนนามบัตรให้พนักงานคนคนั้นโดยทันทีด้วย ที่อยู่บริษัท…

Menu